

พูดถึงความท้าทายของ Gen 2 ที่ต้องตัดสินใจว่า จะรักษาวิธีทำงานแบบเดิมของพ่อ หรือปรับโครงสร้างใหม่ให้เหมาะกับการเติบโตยุคปัจจุบัน พร้อมกรอบคิดในการเลือกทางที่ไม่ทำให้ธุรกิจสะดุด
ธุรกิจครอบครัวจำนวนมากในประเทศไทยเริ่มต้นจากความพยายามของผู้ก่อตั้งรุ่นแรก หรือที่หลายคนเรียกว่า Gen 1 ซึ่งมักสร้างกิจการจากศูนย์ ผ่านความอดทน ประสบการณ์ และการตัดสินใจแบบ “ลุยเองทุกเรื่อง” จนสามารถทำให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้ในระดับหนึ่ง
สถิติจากหลายสถาบันด้านธุรกิจระบุว่า ธุรกิจครอบครัวจำนวนมากไม่สามารถผ่านช่วง การส่งต่อกิจการจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ได้อย่างราบรื่น มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า ธุรกิจครอบครัวประมาณ 70% ไม่สามารถส่งต่อไปสู่รุ่นที่สองได้สำเร็จ และมีเพียงประมาณ 10–15% เท่านั้นที่อยู่รอดถึงรุ่นที่สามสาเหตุสำคัญไม่ได้มาจากเรื่องเงินทุนหรือสินค้า แต่เกิดจาก ความแตกต่างด้านแนวคิด ความขัดแย้งภายในครอบครัว การเปลี่ยนแปลงของตลาด โครงสร้างธุรกิจที่ไม่รองรับการเติบโต
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของธุรกิจครอบครัวคือความแตกต่างของแนวคิดระหว่างคนสองรุ่น Gen 1 (ผู้ก่อตั้ง) มักมีลักษณะการบริหารแบบ
ในขณะที่ Gen 2
ธุรกิจครอบครัวหลายแห่งเลือกแนวทางรักษาวิธีการทำธุรกิจแบบเดิมของผู้ก่อตั้ง เพราะมองว่าวิธีเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
Gen 2 จำนวนมากมองว่าธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถแข่งขันในระยะยาวได้การปรับโครงสร้างธุรกิจอาจรวมถึง
การปรับตัวเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจ เติบโตได้เร็วขึ้น ขยายตลาดได้กว้างขึ้น เพิ่มมูลค่าของบริษัท แต่ในช่วง
การบริหารธุรกิจครอบครัวรุ่น 2 ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ Gen 2 ต้องเดินอยู่ระหว่างสองโลก โลกหนึ่งคือ
อีกโลกหนึ่งคือ
คำตอบที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การเลือกเพียงทางใดทางหนึ่ง แต่คือ การรักษารากฐานของธุรกิจเดิม พร้อมพัฒนาองค์กรให้ทันยุค เมื่อทำได้เช่นนี้ การ ส่งต่อกิจการจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก จะไม่ใช่จุดเสี่ยงของธุรกิจ แต่จะกลายเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมที่บทความ
[https://biggerlandthai.com/th/blogs/50/](การโอนกิจการต้องโอนใบ รง.4 อย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย)
[http://biggerlandthai.com/th/blogs/49/](กฎหมายโรงงานล่าสุดที่เจ้าของ SME ต้องรู้)
“โครงสร้างธุรกิจ SME ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน”