Cover ImageForeground Image

ขั้นตอนการขอใบ รง.4 สำหรับโรงงานผลิตอาหารและเครื่องสำอาง

HeartPNG
doteyedotlike
copy

ขั้นตอนขอใบ รง.4 สำหรับโรงงานผลิตอาหารและเครื่องสำอาง ตั้งแต่เอกสาร สถานที่ ตรวจโรงงาน ค่าใช้จ่าย และข้อกำหนด อย. ครบจบในบทความเดียว

  การขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือที่เรียกกันว่า “ใบ รง.4” ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ประกอบการโรงงานผลิตอาหารและเครื่องสำอางทุกคนต้องเข้าใจและดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และผ่านการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ ใบ รง.4 ไม่เพียงเป็นเอกสารที่บ่งบอกถึงความพร้อมของโรงงานในด้านมาตรฐานการผลิต ระบบความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในสายตาผู้บริโภคอีกด้วย โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารและเครื่องสำอาง ที่ต้องมีความสะอาด ปลอดภัย และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงอุตสาหกรรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ “ขั้นตอนการขอใบ รง.4” ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การตรวจสอบสถานที่ ไปจนถึงการขออนุญาตอย่างถูกวิธี เพื่อให้ผู้ประกอบการมือใหม่สามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจและราบรื่น

  ในยุคที่ผู้คนหันมาสนใจสุขภาพและความงามกันมากขึ้น ธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องสำอางจึงเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจเริ่มจากการผลิตในขนาดเล็ก แต่เมื่อยอดขายขยาย การขออนุญาตตั้ง “โรงงาน” อย่างถูกต้องจึงกลายเป็นขั้นตอนสำคัญที่เลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในใบอนุญาตหลักที่ผู้ประกอบการต้องมี คือ “ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน” หรือที่เรียกว่า ใบ รง.4

  ใบ รง.4 ถือเป็นเอกสารสำคัญที่ออกโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่ออนุญาตให้สถานประกอบการสามารถดำเนินกิจการโรงงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในกรณีของ โรงงานผลิตอาหารและเครื่องสำอาง จะต้องผ่านการตรวจสอบด้านสถานที่ เครื่องจักร ระบบความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียดก่อน


1. ทำความเข้าใจก่อนว่า “โรงงาน” หมายถึงอะไร

  ก่อนจะยื่นขอใบ รง.4 ต้องเข้าใจก่อนว่า โรงงานในความหมายของกฎหมาย หมายถึง “สถานที่ประกอบกิจการที่ใช้เครื่องจักรตั้งแต่ 5 แรงม้าขึ้นไป หรือมีคนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป และมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิต บรรจุ ซ่อมแซม หรือแปรสภาพสินค้า”

ดังนั้น หากกิจการผลิตอาหารหรือเครื่องสำอางของคุณเริ่มใช้เครื่องจักรจำนวนมาก หรือมีพนักงานเกินเกณฑ์ ก็ควรเริ่มเตรียมตัวขอใบอนุญาต รง.4 ทันที


2. แยกประเภทโรงงานให้ชัดเจน

  โรงงานแบ่งเป็น 3 ประเภทตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คือ

  • ประเภทที่ 1 – โรงงานขนาดเล็ก ไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ประเภทที่ 2 – ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานก่อนดำเนินการ
  • ประเภทที่ 3 – ต้องขออนุญาตประกอบกิจการก่อน จึงจะเริ่มผลิตได้

โรงงานผลิตอาหารและเครื่องสำอางส่วนใหญ่จะอยู่ใน ประเภทที่ 3 เพราะมีการใช้เครื่องจักรและสารเคมีในการผลิต ดังนั้นจึงจำเป็นต้องขอใบอนุญาต รง.4 ก่อนดำเนินงานทุกครั้ง


3. เตรียมสถานที่ให้ได้มาตรฐานก่อนยื่นขอ

  การออกแบบอาคารโรงงานถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะกรมโรงงานจะพิจารณาเรื่อง “ความเหมาะสมของสถานที่” อย่างละเอียด โดยมีหลักเกณฑ์คร่าว ๆ ดังนี้

  • สถานที่ตั้งต้องไม่อยู่ในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่หวงห้ามตามผังเมือง
  • พื้นโรงงานต้องสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ป้องกันการปนเปื้อน
  • แยกพื้นที่ผลิต เก็บวัตถุดิบ และเก็บสินค้าสำเร็จรูปอย่างชัดเจน
  • ต้องมีระบบระบายอากาศ ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัย
  • ต้องมีมาตรการป้องกันอัคคีภัย เช่น เครื่องดับเพลิง ทางหนีไฟ และป้ายเตือน

  หากเป็นโรงงานผลิตอาหารหรือเครื่องสำอาง ควรออกแบบให้สอดคล้องกับหลัก GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งจะช่วยให้ผ่านการตรวจประเมินได้ง่ายและลดโอกาสถูกตีกลับเอกสาร


4. เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอใบ รง.4

เอกสารหลัก ๆ ที่ต้องเตรียมมีดังนี้

  พื้นที่สำหรับกิจการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาธุรกิจและบริการ เช่น ร้านค้า, สำนักงาน, หรือกิจกรรมเชิงพาณิชย์ทั่วไป.

  1. แบบคำขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ รง.2)
  2. สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  3. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการหรือเจ้าของกิจการ
  4. หนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดิน เช่น โฉนด หรือสัญญาเช่าที่มีอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี
  5. แผนผังบริเวณที่ตั้งโรงงาน (แสดงระยะห่างจากชุมชนหรือแหล่งน้ำสาธารณะ)
  6. รายละเอียดเครื่องจักร พร้อมกำลังแรงม้าและลักษณะการใช้งาน
  7. แผนผังภายในอาคารโรงงาน และแบบแปลนระบบบำบัดน้ำเสีย
  8. รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) – หากกิจการอยู่ในกลุ่มที่ต้องจัดทำ
  9. หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียม

  ควรตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนยื่น เพราะหากขาดเอกสารบางส่วน เจ้าหน้าที่จะส่งกลับมาให้แก้ไข ซึ่งอาจทำให้ขั้นตอนล่าช้าออกไปหลายสัปดาห์

5. ขั้นตอนการยื่นคำขอและตรวจสอบ
  1. ยื่นคำขอ ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สำหรับโรงงานในต่างจังหวัด) หรือกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรณีอยู่ในกรุงเทพฯ)
  2. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น และอาจเรียกให้ปรับแก้ไข
  3. เมื่อเอกสารครบถ้วน จะมีการ ตรวจสถานที่จริง โดยเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงาน
  4. หากผ่านการตรวจตามเกณฑ์ จะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)

ระยะเวลาโดยเฉลี่ยในการพิจารณา อาจอยู่ที่ 30–60 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกสารและสถานที่จริง

6. ข้อกำหนดเฉพาะของโรงงานผลิต “อาหาร” และ “เครื่องสำอาง”

  โรงงานผลิตอาหารและเครื่องสำอาง มีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติมจากโรงงานทั่วไป เนื่องจากอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ด้วย ดังนั้น หลังจากได้ใบ รง.4 แล้ว ยังต้องดำเนินการดังนี้

** สำหรับโรงงานผลิตอาหาร**

  • ต้องขอรับใบอนุญาตผลิตอาหารจาก อย. (แบบ อ.1)
  • โรงงานต้องมีมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice)
  • ต้องมีระบบควบคุมคุณภาพ (QC) และระบบตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบ
  • ต้องจัดให้มีห้องผลิต ปิดกั้นฝุ่นและแมลง

สำหรับโรงงานผลิตเครื่องสำอาง

  • ต้องจดทะเบียนโรงงานกับ อย. เช่นเดียวกัน
  • ต้องจัดเตรียม “เอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ (Product Information File : PIF)”
  • ต้องมีห้องสะอาด (Clean Room) และควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น
  • ผู้ผลิตต้องมีระบบจัดเก็บวัตถุดิบอย่างปลอดภัย และแยกสารเคมีอันตรายออกจากพื้นที่ผลิต

การมีใบ รง.4 ที่ถูกต้อง จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการยื่นขอ อย. และยังเป็นใบเบิกทางให้สามารถรับจ้างผลิต (OEM) ได้อย่างถูกกฎหมายอีกด้วย

** ตัวอย่างค่าใช้จ่ายเชิงประมาณ**

  1. เครื่องจักรขนาดเล็ก–กลาง
  • กำลังรวมไม่เกิน 50 แรงม้า
  • ค่าธรรมเนียม/ใบอนุญาต ประมาณ 3,000–5,000 บาท
  1. เครื่องจักรขนาดใหญ่
  • กำลังรวม 50–200 แรงม้า
  • ค่าธรรมเนียม/ใบอนุญาต ประมาณ 10,000–30,000 บาท
  1. สัญญาจ้างทนายหรือที่ปรึกษา
  • เช่น ตรวจสอบเอกสาร, ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์
  • ค่าบริการ ประมาณ 15,000–50,000 บาท
  1. ค่าจดทะเบียนทรัพย์สิน/เครื่องจักร
  • เช่น จดทะเบียนเครื่องจักรกับกรมพัฒนาธุรกิจ/กรมสรรพากร
  • ค่าธรรมเนียม ประมาณ 2,000–10,000 บาท
  1. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม
  • การตรวจสอบ EIA, ISO หรือมาตรฐานความปลอดภัย
  • ค่าใช้จ่าย ประมาณ 20,000–50,000 บาท
  1. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
  • ค่าประกันภัยโครงสร้างและเครื่องจักร
  • ประมาณ 5,000–15,000 บาท/ปี
  1. ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาการต่ออายุ ค่าธรรมเนียมขอใบ รง.4 จะขึ้นอยู่กับกำลังแรงม้าของเครื่องจักรและประเภทกิจการ โดยเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท ส่วนใบอนุญาต รง.4 มีอายุ 5 ปี หลังจากนั้นต้องยื่นขอต่ออายุภายใน 60 วันก่อนหมดอายุ หากปล่อยให้ขาดอายุ อาจต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด

  2. เคล็ดลับในการขอใบ รง.4 ให้ผ่านเร็ว

  • เตรียมสถานที่จริงให้พร้อมก่อนยื่นเอกสาร
  • เพราะหากเจ้าหน้าที่มาตรวจแล้วพบว่ายังไม่พร้อม จะต้องตรวจซ้ำอีกครั้ง
  • ว่าจ้างวิศวกรหรือที่ปรึกษาโรงงานมืออาชีพ
  • เพื่อช่วยออกแบบระบบเครื่องจักรและเอกสารให้ถูกต้องตามแบบกรมโรงงาน
  • ใช้แบบแปลนที่ผ่านการรับรองจากวิศวกรโยธา
  • จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้เร็วขึ้น
  • เตรียมระบบสิ่งแวดล้อมให้ครบ เช่น บ่อบำบัดน้ำเสีย ถังแยกของเสีย
  • ตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนก่อนยื่นทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ต้องแก้ไขหลายรอบ

ตัวอย่างเพิ่มเติม:

  • ค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาต รง.4 จะขึ้นอยู่กับขนาดของโรงงานและกำลังเครื่องจักรที่ใช้ เช่น

  • โรงงานที่มีเครื่องจักรรวม ไม่เกิน 50 แรงม้า หรือมีแรงงาน ไม่เกิน 50 คน ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ประมาณ 3,000–5,000 บาท

  • โรงงานที่มีเครื่องจักร 51–100 แรงม้า หรือแรงงาน 51–100 คน ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ประมาณ 5,000–10,000 บาท

  • หากเป็นโรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ (มากกว่า 100 แรงม้า) ค่าใช้จ่ายอาจอยู่ที่ 10,000–20,000 บาท หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ยังไม่รวม ค่าที่ปรึกษาเอกสาร, ค่าตรวจประเมินสถานที่, และ ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามประเภทสินค้า

    การขอใบ รง.4 สำหรับโรงงานผลิตอาหารและเครื่องสำอาง แม้จะดูเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อน แต่หากเตรียมเอกสารให้พร้อม วางแผนสถานที่ให้ถูกหลัก และทำตามขั้นตอนที่กล่าวมา ก็สามารถขออนุญาตได้ไม่ยาก
    ใบ รง.4 ไม่เพียงเป็น “เอกสารอนุญาต” เท่านั้น แต่ยังเป็น “เครื่องยืนยันความน่าเชื่อถือ” ของโรงงาน ช่วยให้ลูกค้าและคู่ค้ารู้สึกมั่นใจว่ากระบวนการผลิตมีมาตรฐาน ปลอดภัย และถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริง ปรึกษาทีม Biggerland เพื่อออกแบบโรงงานให้ผ่าน รง.4 ได้ในครั้งเดียว

copy

บทความอื่นๆ