

เส้นทาง 4 ระยะเปลี่ยนจากธุรกิจที่พึ่งเจ้าของ ไปสู่การบริหารด้วยทีม กระบวนการ และระบบ พร้อมเกณฑ์วัดว่าผ่านแต่ละระยะจริง อ้างอิงงานวิจัย Gallup และ ป.พ.พ. ฉบับที่ 23
การเปลี่ยนจากธุรกิจที่พึ่งเจ้าของ ไปสู่บริษัทที่บริหารด้วยทีมและกระบวนการ ล้มเหลวบ่อยกว่าที่คิด และสาเหตุมักไม่ใช่เพราะเจ้าของไม่ยอมปล่อยมือ
งานวิจัยของ Gallup ที่วิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน 27 ล้านคนและหน่วยงาน 2.5 ล้านหน่วย พบว่ามีเพียงประมาณ 1 ใน 10 คนที่มีพรสวรรค์ด้านการบริหารคน และอีกราว 2 ใน 10 คนที่มีคุณสมบัติพื้นฐานพอจะพัฒนาได้ ที่สำคัญกว่านั้นคือองค์กรเลือกคนผิดสำหรับตำแหน่งบริหารถึง 82% ของกรณี ขณะที่ผู้จัดการเป็นตัวแปรที่อธิบายความต่างของความผูกพันของพนักงานระหว่างหน่วยงานได้ถึง 70%
ตัวเลขชุดนี้บอกสองเรื่อง หนึ่งคือการมอบหมายงานให้คนผิดมีต้นทุนสูงมาก และสองคือการเปลี่ยนผ่านนี้ต้องทำเป็นระยะที่มีเกณฑ์ชัดเจน ไม่ใช่ประกาศครั้งเดียวแล้วหวังให้ทีมรับไปทำต่อ บทความนี้เรียงลำดับการเปลี่ยนผ่านเป็น 4 ระยะ พร้อมเกณฑ์วัดว่าผ่านแต่ละระยะแล้วจริง
เป้าหมาย ย้ายวิธีทำงานออกจากหัวเจ้าของมาอยู่ในรูปที่คนอื่นทำต่อได้
เริ่มจากงานที่ทำซ้ำบ่อยที่สุด 5 งาน เขียนเป็นขั้นตอนพร้อมเกณฑ์ตัดสินว่างานที่ดีเป็นอย่างไร และระบุจุดที่เคยผิดพลาดบ่อยเป็นจุดตรวจ พร้อมกันนั้นให้กำหนดตัวชี้วัดชุดเล็ก 5 ถึง 7 ตัวที่บอกสุขภาพธุรกิจได้จริง เช่น ยอดขาย กำไรขั้นต้น กำลังผลิตต่อวัน อัตราของเสีย การส่งตรงเวลา และลูกหนี้ค้างชำระ โดยมีคนรับผิดชอบเก็บตัวเลขแต่ละตัวชัดเจน
เกณฑ์ว่าผ่านระยะนี้ งานหลัก 5 งานมีเอกสารที่พนักงานใหม่อ่านแล้วทำได้ และตัวชี้วัดทุกตัวมีข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 4 สัปดาห์โดยไม่ต้องให้เจ้าของไปตามเก็บเอง
เป้าหมาย เปลี่ยนจากการสั่งงานรายวัน เป็นการมีเจ้าภาพของงานแต่ละสาย
จุดที่พลาดกันมากที่สุดคือมอบงานแต่ไม่มอบอำนาจ Robert Tannenbaum และ Warren H. Schmidt เขียนไว้ใน Harvard Business Review ปี 1958 ว่าการมอบอำนาจไม่ใช่สวิตช์เปิดปิด แต่เป็นเส้นต่อเนื่องจากผู้บริหารตัดสินใจเองทั้งหมด ไปจนถึงให้ทีมตัดสินใจภายในกรอบที่ตกลงกันไว้ ในทางปฏิบัติสำหรับ SME แนะนำให้ใช้สี่ระดับที่เขียนเป็นเอกสารได้ คือ ทำแล้วรายงาน ทำได้ในวงเงินที่กำหนด เสนอมาก่อนแล้วรออนุมัติ และเรื่องที่ต้องเข้าที่ประชุมเท่านั้น
การเลือกคนในระยะนี้ควรใช้เกณฑ์ ไม่ใช่อายุงานหรือความสนิท เพราะทักษะที่ทำให้เป็นช่างเก่งหรือเซลส์เก่ง ไม่ใช่ทักษะเดียวกับการบริหารคน สิ่งที่ควรดูคือความสามารถในการวางลำดับงาน การสอนคนอื่น และการตัดสินใจโดยมีข้อมูลไม่ครบ ควรทดลองด้วยการมอบโครงการที่มีขอบเขตชัดเจนก่อนแต่งตั้งจริง
เกณฑ์ว่าผ่านระยะนี้ มีผังองค์กรหนึ่งหน้าที่ระบุว่าใครรับผิดชอบสายงานใด มีตารางอำนาจอนุมัติเป็นตัวเลข และเจ้าของไม่อยู่หนึ่งสัปดาห์โดยงานประจำไม่สะดุด
เป้าหมาย ให้โครงสร้างนิติบุคคล และกลไกการตัดสินใจรองรับการเติบโต และการตรวจสอบ
ระยะนี้คือจุดที่หลายกิจการมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเอกสาร แต่เป็นระยะที่ทำให้ธุรกิจกู้เงิน รับลูกค้ารายใหญ่ และรับคนระดับบริหารได้ สิ่งที่ต้องจัดให้เรียบร้อยคือโครงสร้างผู้ถือหุ้น รายชื่อกรรมการและผู้มีอำนาจลงนามที่สอดคล้องกับความเป็นจริง อำนาจลงนามที่กำหนดวงเงิน และการประชุมกรรมการที่มีวาระและบันทึกการประชุมจริง
กรอบกฎหมายในเรื่องนี้เอื้อต่อกิจการขนาดเล็กมากขึ้น พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2566 ได้ลดจำนวนผู้เริ่มก่อการในการจัดตั้งบริษัทจำกัดจาก 3 คน เหลือ 2 คน อนุญาตให้ประชุมกรรมการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ กำหนดให้จ่ายเงินปันผลภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่มีมติ และเปิดให้ควบรวมกิจการในรูปแบบที่บริษัทหนึ่งยังคงอยู่ได้ ไม่จำกัดเฉพาะการควบเป็นบริษัทใหม่เหมือนเดิม
เกณฑ์ว่าผ่านระยะนี้ หนังสือรับรองและโครงสร้างผู้ถือหุ้นตรงกับความเป็นจริง มีตารางอำนาจลงนามเป็นวงเงิน มีบันทึกการประชุมกรรมการย้อนหลังอย่างน้อยสองครั้ง และงบการเงินภายในออกได้ภายใน 30 วันหลังสิ้นเดือน
เป้าหมาย ลดความเสี่ยงจากการพึ่งบุคคล และทำให้ระบบพัฒนาตัวเองต่อได้
สิ่งที่ต้องมีในระยะนี้คือรอบทบทวนที่ชัดเจน ได้แก่ ประชุมตัวเลขปฏิบัติการรายสัปดาห์ ทบทวนแผนและงบรายไตรมาส และทบทวนโครงสร้างองค์กรรายปี พร้อมกับแผนสำรองสำหรับตำแหน่งสำคัญ คือระบุว่าถ้าคนใดคนหนึ่งไม่อยู่ ใครทำหน้าที่แทนได้ และมีเอกสารรองรับหรือไม่
นอกจากนี้ควรมองในมุมมูลค่ากิจการด้วย ธุรกิจที่การตัดสินใจสำคัญยังผูกกับเจ้าของคนเดียวมีความเสี่ยงด้านบุคคลสูง ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ซื้อกิจการ นักลงทุน และสถาบันการเงินให้น้ำหนักเสมอ การทำให้ระบบเดินได้เองจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกของเจ้าของ แต่เป็นเรื่องมูลค่าของกิจการโดยตรง
เกณฑ์ว่าผ่านระยะนี้ เจ้าของหยุดงานหนึ่งเดือนได้โดยตัวชี้วัดหลักไม่หลุดเป้า และมีเอกสารพร้อมให้ลูกค้ารายใหญ่หรือสถาบันการเงินตรวจได้โดยไม่ต้องเตรียมใหม่ทั้งชุด
ข้อแรก มอบงานแต่ไม่มอบอำนาจ ผลคือผู้จัดการกลายเป็นผู้ส่งต่อคำสั่ง และเจ้าของยังเป็นคอขวดเหมือนเดิม
ข้อสอง แต่งตั้งด้วยอายุงานหรือความสนิท แล้วไม่มีเกณฑ์ประเมิน ซึ่งตรงกับข้อค้นพบของ Gallup ว่าองค์กรเลือกคนผิดสำหรับตำแหน่งบริหารถึง 82% ของกรณี ทางแก้คือกำหนดเกณฑ์ให้ชัดและทดลองมอบโครงการก่อนแต่งตั้ง
ข้อสาม ซื้อระบบซอฟต์แวร์ก่อนที่กระบวนการจะนิ่ง การนำระบบมาวางบนกระบวนการที่ยังเปลี่ยนทุกสัปดาห์ทำให้ต้นทุนสูงและสุดท้ายกลับไปใช้วิธีเดิม
ทั้งสี่ระยะมีสมมติฐานร่วมกันคือ ต้องมีเส้นแบ่งให้ระบุความรับผิดชอบได้ เมื่อพื้นที่ทำงานยังเป็นบ้านที่ทำหน้าที่เป็นสำนักงาน คลังสินค้า และพื้นที่ผลิตพร้อมกัน การกำหนดเจ้าภาพและจุดตรวจจะทำได้แค่บนกระดาษ เพราะไม่มีตำแหน่งจัดเก็บที่แน่นอน ไม่มีจุดรับของที่ชัดเจน และไม่มีเวลาเข้างานที่บังคับใช้ได้จริง
พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ทำให้กิจการขนาดเล็กมีภาระใบอนุญาตลดลง โดยปรับนิยามโรงงานที่ต้องขอใบอนุญาตเป็นเครื่องจักรตั้งแต่ 50 แรงม้า หรือคนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป แต่ข้อกำหนดเรื่องผังเมืองยังบังคับใช้เต็มที่ สำหรับกิจการที่ผ่านระยะที่ 2 แล้วและเริ่มติดข้อจำกัดทางกายภาพ โรงงานขนาดเล็กหรือ Mini Factory บนที่ดินสีม่วงในทำเลที่การขนส่งเข้าถึงได้ เช่น โครงการของ Biggerland ย่านลำลูกกา ปทุมธานี ที่อยู่ใกล้ทางขึ้นลงทางด่วน เป็นทางเลือกที่ทำให้โครงสร้างที่ออกแบบไว้ใช้งานได้จริงในแต่ละวัน
การเปลี่ยนจากธุรกิจเจ้าของคนเดียวสู่บริษัทที่บริหารเป็นระบบ ไม่ใช่การประกาศครั้งเดียว แต่เป็นเส้นทางสี่ระยะที่มีเกณฑ์วัดชัดเจน คือทำงานให้เป็นกระบวนการ ตั้งผู้รับผิดชอบพร้อมมอบอำนาจเป็นระดับ จัดโครงสร้างนิติบุคคลและกลไกการตัดสินใจ และทำให้ระบบอยู่ได้เองพร้อมให้ตรวจสอบ
ตัวชี้วัดที่ง่ายที่สุดของความสำเร็จคือระยะเวลาที่เจ้าของหายไปได้โดยธุรกิจไม่สะดุด จากหนึ่งวัน เป็นหนึ่งสัปดาห์ และเป็นหนึ่งเดือน ตัวเลขนี้บอกความคืบหน้าได้ตรงกว่ายอดขาย เพราะยอดขายโตได้ด้วยความขยันของเจ้าของ แต่การหายไปได้โดยธุรกิจยังเดิน เกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อมีระบบจริง
A: ขึ้นกับขนาดทีมและความซับซ้อนของงาน แต่กรอบที่ใช้ได้จริงสำหรับ SME คือระยะที่ 1 ประมาณ 1 ถึง 3 เดือน ระยะที่ 2 ประมาณ 3 ถึง 9 เดือน และระยะที่ 3 ต่อเนื่องไปอีก 6 ถึง 12 เดือน สิ่งสำคัญกว่าระยะเวลาคือการไม่ข้ามระยะ เพราะการตั้งผู้จัดการก่อนที่งานจะเป็นกระบวนการ มักจบลงด้วยการที่เจ้าของต้องกลับมาทำเอง
A: ทางที่ปลอดภัยกว่าคือทำระยะที่ 1 ให้เสร็จก่อน เพราะการจ้างผู้บริหารจากภายนอกเข้าสู่องค์กรที่ยังไม่มีกระบวนการ ทำให้เขาต้องสร้างทุกอย่างเองพร้อมกับต้องสร้างการยอมรับ ซึ่งมีอัตราล้มเหลวสูง หากจำเป็นต้องจ้าง ควรกำหนดขอบเขตงาน อำนาจอนุมัติ และตัวชี้วัดให้ชัดก่อนวันเริ่มงาน
A: การจดทะเบียนเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่คำตอบในตัวเอง ประโยชน์ที่ได้จริงคือการแยกทรัพย์สินและความรับผิดออกจากตัวเจ้าของ ความน่าเชื่อถือกับคู่ค้าและสถาบันการเงิน และการมีกลไกตัดสินใจที่มีผลทางกฎหมาย แต่ถ้าไม่มีการประชุม ไม่มีบันทึก และอำนาจยังรวมที่คนเดียว ผลลัพธ์จะไม่ต่างจากเดิม โครงสร้างภาษีและรูปแบบนิติบุคคลที่เหมาะกับกิจการ ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษากฎหมายประกอบด้วย